Monday, October 22, 2012

เรื่องสั้นสะท้อนสังคม: ในหลวง ในหัวใจ

แสงอันเหลืองอร่ามของดวงสุรียา ที่สอดส่องลงมาผ่านรอยรั่ว รอยผุของหลังคาสังกะสี ย่อมเป็นนาฬิกาบอกเวลาอันดีของ ยายราษฎร์ ว่าถึงเวลาแล้วที่ยายจะต้องลุกจากเสื่อสีแดง-เหลือง ที่เธอสานมากับมือตัวเอง ไปช่วยกันทำนากับ ตา-ยาย คู่อื่นๆในหมู่บ้าน


แต่วันนี้ถึงแม้เสียงนักเรียนเคารพธงชาตินั้นจะดัง แว่วๆมาจากโรงเรียนในหมู่บ้านแล้ว เสียงอันร่าเริงของ ยายราษฎร์ที่มักได้ยินมาแต่ไกลจากท้องทุ่งกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงพูดคุยค่อยๆที่ดังมาจากกระต๊อบของเธอ...

Thursday, October 18, 2012

กว่าจะเกรียงไกร...ประวัติและวิวัฒนาการเรือดำน้ำในสหรัฐ ตอน 2 History of US Submarines Part 2

หลังจากที่เราได้เล่าถึงเรือดำน้ำในยุค ลองผิดลองถูกของสหรัฐฯ ไปแล้วใน ตอนที่ 1 วันนี้ผมจะเล่าถึงยุคต้นของสหรัฐในการนำเรือดำน้ำเข้าประจำการในกองทัพเรือ

ถึงแม้กองทัพเรือสหรัฐได้ประสบความล้มเหลวในการสร้าง และนำเรือดำน้ำมาประจำการอย่างมีประสิทธิผลมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่กองทัพเรือสหรัฐก็ไม่ได้ละความพยายาม เพราะได้เล็งเห็นว่าเรือดำน้ำนั้นเป็นยุทโธปกรณ์ซึ่งทรงศักยภาพมาก และเรือดำน้ำใหม่ๆ  จากทางฟากฝั่ง ยุโรป ที่กำลังถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นภัยคุกคามอันร้ายกาจของทัพเรือสหรัฐฯ

ดังนั้นในปี ค.ศ. 1900 รัฐบาลสหรัฐฯ จึงได้มีการจัดประกวดแบบเรือดำน้ำ โดยเป็นการแข่งขันกันระหว่างแบบของ ชายชาวไอริช นามว่า ฮอลแลนด์ (Holland) และ นาย เลค (Lake) ซึ่งผลปรากฎว่าแบบของนาย ฮอลแลนด์นั้นได้รับชัยชนะ

USS Holland
เรือของนายฮอลแลนด์ นั้นที่จริงเป็นเรือที่นายฮอลแลนด์ได้จัดสร้างขึ้นมาทดลองใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1897 ก่อนการเสนอแบบให้กับกองทัพเรือ โดยเรื่อต้นแบบนี้มีนามว่า ฮอลแลนด์ 6 แต่ต่อมาเมื่อชนะการประมูลแบบ กองทัพเรือได้จัดซื้อเรือดังกล่าว ในราคา $150,000 และ เปลี่ยนชื่อมาเป็น ยูเอสเอส ฮอลแลนด์ รหัสเรือ เอสเอส-1 (USS Holland SS-1)

ลักษณะของเรือมีระวางขับน้ำ 64 ตัน และมีลักษณะคล้ายเรือสมัยใหม่หลายประการ เช่น การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในขณะดำน้ำ, เครื่องแก๊สโซลีน (ต่อมาเปลี่ยนเป็นดีเซล ตามมาตรฐานความปลอดภัยฝรั่งเศส) ขณะอยู่ผิวน้ำ, ระบบท่อตอร์ปิโดที่สามารถบรรจุได้จากในเรือ, หอบังคับการ (Conning Tower) โดยมีความเร็วผิวน้ำ 8 น๊อต และใต้น้ำ 5 น๊อต

ด้วยความที่เรือดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก กองทัพเรือจึงสั่งต่อเรือชั้น ฮอลแลนด์มากถึง 10 ลำ โดยประจำการอยู่ประมาณ 10 ปี ถึงแม้จะไม่มีประวัติการรบแต่เรือได้ถูกนำมาใช้ใน การทดลองใต้น้ำต่างๆเพื่อเป็นการต่อยอดความรู้ของสหรัฐ หลังปลดประจำการเรือนั้นถูกขายเป็นเศษเหล็กในราคาเพียง $100


หลังจากที่สหรัฐได้นำเรือดำน้ำชั้นฮอลแลนด์เข้าประจำการ ความรู้จากเรือดังกล่าวก็ทำให้สหรัฐออกแบบเรือดำน้ำรุ่นใหม่ๆได้สำเร็จเป็นจำนวนมาก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเรือดำน้ำได้ถูกวางให้เป็นกำลังหนุนอันสำคัญในการป้องกันเรือสินค้าและเรืออื่นๆ โดยมุ้งเน้นการต่อตีเรือผิวน้ำมากกว่าเรือดำน้ำด้วยกันเอง

USS Michigan (Ohio Class)
ต่อมายุคสงครามโลกครั้งที่สองสหรัฐฯเริ่มตระหนักถึงการใช้เรือดำน้ำเป็นกำลังหลักมากขึ้นในการต่อตีและให้ความสำคัญกับการพัฒนาเรือของตนเพื่อให้สามารถต่อสู้กับเรือ อู ของเยอรมัน และเรือดำน้ำของฝ่ายอักษะ ซึ่งมีความทันสมัยล้ำหน้าเรือของสหรัฐ จนในที่สุดสหรัฐสามารถออกแบบเรือดำน้ำและระบบตอร์ปิโดรุ่นใหม่ที่มีความแม่นยำ และเสถียรมากขึ้น ช่วยให้สหรัฐสามารถจมเรือที่เป็นทั้งยุทโธปกรณ์ และ ยุทธปัจจัย ของข้าศึกได้เป็นจำนวนมาก

ในยุคสงครามเย็นการพัฒนาเรือดำน้ำได้ให้ความสำคัญต่อการต่อตีเรือดำน้ำด้วยกันเองมากขึ้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความคงทนในทะเล และความเร็วใต้น้ำ ผลคือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ที่ใช้ในการสอดแนม และ ป้องปรามข้าศึก

จากประวัติศาสตร์เรือดำน้ำสหรัฐ เราจะเห็นว่าเขาได้ประสบปัญหามากมาย ไม่น้อยไปกว่ากองทัพเรือของเรา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพยายาม และความตั้งใจในการต่อยอดความรู้ของตนขึ้นไปเรื่อยๆจาก ความสำเร็จ และ ความล้มเหลวในแต่ละย่างก้าว จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเรือดำน้ำ ซึ่งผมมีความเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งกองทัพเรือของเราจะสามารถพัฒนาองค์ความรู้ของตนขึ้นมาได้เช่นกัน ไม่แพ้ชาติใดในโลก 

หากท่าไม่ได้อ่านตอน 1 เชิญอ่านได้ที่: กว่าจะเกรียงไกร...ประวัติและวิวัฒนาการเรือดำน้ำในสหรัฐ ตอน 1 ครับ

บทความเกี่ยวข้อง/แหล่งข้อมูล



Tuesday, October 2, 2012

กว่าจะเกรียงไกร...ประวัติและวิวัฒนาการเรือดำน้ำในสหรัฐ ตอน 1

เรือดำน้ำนั้นถือเป็นหนึ่งในความปรารถนาสูงสุดของ ทร. ไทยที่ต้องการนำยุทโธปกรณ์อันทรงศักยภาพดังกล่าวมาปกป้องผลประโยชน์ของชาติ แต่หลังจากที่ ทร. ได้ปลดประจำการเรือดำน้ำชุดแรกและชุดเดียวของไทยไป โครงการจัดหาเรือดำน้ำครั้งต่อๆมาก็มักจะเป็นที่สนใจ จับตามอง และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในวงกว้างทั้งในมิติทาง การเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ จึงมีข้อมูลมากมายในสื่อไทยเกี่ยวกับเรือดำน้ำรุ่นต่างๆในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ข้อมูลภาษาไทยเรื่องการวิวัฒนาการของเรือดำน้ำและประวัติในการจัดหาและเข้าประจำการเรือดำน้ำในชาติมหาอำนาจนั้นยังมีอยู่น้อย

ดังนั้นวันนี้ผมจึงขอนำเอาประวัติของการจัดหา จัดซื้อเรือดำน้ำในสหรัฐมารวบรวมเล่าให้ฟังโดยสังเขป เพื่อให้สังคมไทยเห็นถึงความยากลำบากที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจต้องเผชิญในการพัฒนาขีดความสามารถของตนเองในเรื่องการยุทธใต้ท้องทะเล และเพื่อเป็นกำลังใจและบทเรียนให้กองทัพเรือจัดหาเรือดำน้ำต่อไปเพื่อประโยชน์ของชาติ
US Navy

Wednesday, September 26, 2012

ขั้นตอนการเลือก ประธานาธิบดี สหรัฐฯ

การเลือกตั้งประธานาธิบดี  (ปธน) ของสหรัฐอเมริกากำลังจะเข้าโค้งสุดท้าย...แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังงงกับขั้นตอนอันแสนยุ่งยากซับซ้อนอยู่มาก

ดังนั้นวันนี้ผมขอนำมาสรุปให้ทราบกันเป็นเกร็ดความรู้ดังต่อไปนี้ครับ

ความหมาย ของ คอคัส (Caucus)

คือหนึ่งในขั้นตอนการคัดสรรผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของพรรค ที่บางรัฐเลือกใช้แทนระบบไพรมารี่ (Primaries) โดยมีพรรคการเมืองเป็นเจ้าภาพดำเนินการ

บุคคลที่สังกัดพรรคการเมืองต่างๆในสหรัฐจะรวมตัวกัน ตามวัน เวลา และ จุดนัดหมาย ที่พรรคกำหนด (เช่นตามโรงเรียน วัด สนามกีฬา) เพื่อถกว่าพรรคควรส่งใครลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี  เมื่อหารือพูดคุยกันเสร็จแล้วกลุ่มก็จะเลือกตั้งเชิงลับ เพื่อส่งกลุ่มตัวแทนสมาชิกพรรคในเขต (County Delegate) เข้าไปลงคะแนนเลือกกลุ่มตัวแทนสมาชิกพรรคในรัฐ (State Delegate) ซึ่งตัวแทนของสมาชิกพรรคระดับรัฐมีหน้าที่เดินทางไปที่งาน เนชั่นแนล คอนเวนชั่น (National Convention) ของพรรค เพื่อลงคะแนนเลือกตัวแทนของพรรคระดับชาติในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ตัวอย่างของ คอคัสที่มีความสำคัญคือที่รัฐไอโอว่า (Iowa) ซึ่งมีการจัดคอคัสขั้นต้นมากถึง ๑,๗๗๔ แห่งทั่วทั้งรัฐ


ความหมาย ของ ไพรมารี่ (Primaries)


คือหนึ่งในขั้นตอนการคัดสรรผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของพรรค ที่บางรัฐเลือกใช้แทนระบบคอคัส (Caucus) โดยมีรัฐเป็นเจ้าภาพดำเนินการ

ระบบนี้โดยเบื้องต้นจะมีการลงคะแนนเสียงเพื่อเลือก เดลิเกต (Delegates) กลุ่มหนึ่งเป็นตัวแทนสมาชิกพรรคในรัฐ ซึ่งจะเป็นผู้ไปเลือกตัวแทนของพรรคในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 

เนื่องจากเดลิเกตส่วนใหญ่จะผูกกับผู้สมัครชิงตำแหน่ง ปธน.ในพรรค (เช่นเดลิเกต ก. จะต้อง เลือก นาย ข. ให้เป็นตัวแทนพรรค ชิงตำแหน่ง ปธน.) บัตรเลือกตั้งส่วนใหญ่จะเขียนเพียงชื่อผู้ที่สมัครเป็นตัวแทนพรรค เพื่อชิงตำแหน่ง ปธน. (Candidates) เท่านั้น ไม่เขียนชื่อ เดลิเกต

ในบางรัฐ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคในการชิงตำแหน่ง ปธน. ท่านใดได้คะแนนสูงสุดในรัฐ ก็จะได้เดลิเกตของตนทั้งหมดเป็นตัวแทนของรัฐทั้งรัฐ (winner takes all) แต่บางรัฐอาจใช้ระบบสัดส่วน โดยแบ่งจำนวนเดลิเกตของผู้สมัครตามคะแนนที่ผู้สมัครได้รับ (Proportionate) (เช่น หาก ผู้สมัคร ก. ได้เสียง 75% และ ผู้สมัคร ข. ได้ 25% ผู้สมัคร ก. ก็จะได้ เดลิเกต ๓ คน ขณะที่ ผู้สมัคร ข. ได้หนึ่งคน ในกรณีที่รัฐนั้นมีเดลิเกตทั้งหมดตามสัดส่วนประชากร ๔ คน)

ผู้ที่สามารถใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งรอบไพรมารี่ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ และระบบไพรมารี่ที่เลือกใช้
  1. ระบบปิด (closed primaries) ผู้เป็นสมาชิกพรรคเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์
  2. ระบบกึ่งปิด (semi-closed primaries) ผู้เป็นสมาชิกพรรค + อิสระ(ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดเลย)เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์
  3. ระบบเปิด (open primaries) ทุกคนมีสิทธิ์
โดยสิทธิ์ในการเลือกตั้งรอบไพรมารี่มีเพียงหนึ่งสิทธิ์ต่อคน ไม่ว่าจะเป็นไพรมารี่ระบบใดก็ตาม



Saturday, September 22, 2012

พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

โดยสรุป:

พรบ ความมั่นคง แตกต่างจาก กฎหมายพิเศษอื่นๆ ตรงที่อำนาจส่วนใหญ่จะตกอยู่ที่ กอ.รมน แทน นายก (พรก ฉุกเฉิน) หรือ ทหาร (อัยการศึก) และเน้นการป้องปรามมากกว่าแก้ไขเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น

_________________________

ฉบับเต็ม จาก ศูนย์ทนายความทั่วไทย